กันยายน 10, 2010, 02:07:21 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: แข็งแกร่ง ทนทาน ลายไม้สวย ถ้าเก่าแค่ยกไปทำสีใหม่ ก็สวยเหมือนเดิม ยิ่งเก่ายิ่งมีค่า
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สายใย เมือง3แฝด น่าน-หลวงพระบาง-เชีย  (อ่าน 110 ครั้ง)
lannamarket
Administrator
Jr. Member
*****
กระทู้: 72

lannamarket@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 09, 2010, 02:53:12 am »

เมืองแฝด (town twining) หรือ เมืองพี่น้อง (sister cities) เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเมืองต่อเมือง ส่วนใหญ่จะเป็นเมืองที่อยู่กันคนละประเทศ โดยจะมีความร่วมมือกันระหว่างเมืองหรือระหว่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือการพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ อาทิ การค้า การลงทุน ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเป็นต้น

สำหรับประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่เป็นเมืองแฝด เช่น กรุงเทพมหานคร ก็มีฐานะเป็นเมืองแฝดของหลายแห่ง ทั้งเมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย เมืองฟุกุโอะกะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น จ.เชียงใหม่ ก็มี เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน เป็นเมืองแฝด และยังมีอีกหลายสิบเมืองของไทยที่มีการร่วมมือความสัมพันธ์ในรูปแบบของเมือง แฝดกับต่างประเทศ

แต่สำหรับที่จ.น่าน ซึ่งเดิมเคยมีฐานะเป็นเมืองแฝดกับหลวงพระบาง ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)นั้น ปัจจุบันดูจะล้ำหน้ากว่าเมืองแฝดอื่นๆ เพราะกำลังเดินหน้าเข้าสู่“เมือง 3 แฝด”ที่จะขอผนวกรวมเมืองเชียงรุ่ง(เชียงรุ่ง) ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนเข้ามา โดยมีน่านเป็นศูนย์กลาง


รู้เรื่องเมือง3แฝด

สำหรับแฝดแรกของเมือง3แฝดนี้ ขอเริ่มจากที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวพวกเราก่อนที่ "น่าน" เป็นแห่งแรก จ.น่าน ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ประวัติศาสตร์เมืองน่านเริ่มปรากฏขึ้นราว พ.ศ. 1825 ภายใต้การนำของพญาภูคา มีชื่อเรียกในพงศาวดารว่า นันทบุรี พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีประชากรหลายชาติพันธุ์ เป็นดินแดนของความหลากหลายอีกแห่งหนึ่งของประเทศ

เป็นจังหวัดในดินแดนล้านนาตะวันออกที่ยังรุ่มรวยทางด้านศิลปวัฒนธรรม มีสถานที่ท่องเที่ยวงดงามหลายแห่งโดยเฉพาะในตัวเมืองมีวัดที่มีชื่อ เสียงอย่าง "วัดภูมินทร์" ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดหลวง ตั้งอยู่ในเขตเมือง (หัวแหวนเมืองน่าน)เป็นวัดที่มีภาพวาดฝาผนังอันงดงามเป็นเอกลักษณ์ของสกุล ช่างน่าน หนึ่งในความสัมพันธ์จากเชียงรุ่งสู่น่านที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันคือ "งาช้างดำ" ที่ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน เป็นบรรณาการที่ได้รับมาจากเมืองเชียงรุ่ง


จ.น่านมีชายแดนติดต่อกับประเทศ สปป.ลาว รวมเป็นระยะทาง 277 กม. และยังมีด่านสากล 1 แห่ง คือ ด่านบ้านห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ การเดินทางผ่านด่านแห่งนี้ ไปถึงหลวงพระบาง ใช้ระยะเวลาเพียง152 กิโลเมตร สำหรับทางรถยนต์ ส่วนทางน้ำ 90 กิโลเมตร

ส่วนแฝดสอง อย่าง "หลวงพระบาง" หรือ เชียงทอง ตั้งอยู่ทางเหนือของสปป.ลาว อดีตเคยเป็นนครหลวงของอาณาจักรลานช้าง ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ.2538

หลวงพระบางมีทั้งวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรือนอันเป็นเอกลักษณ์โคโลเนียลสไตล์ ที่มีความผสมกลมกลืนระหว่างของเก่ากับของใหม่ ที่หล่อหลอมจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของหลวงพระบาง

และแฝดสามคือ "เชียงรุ่ง"(เชียง รุ้ง) หรือ จิ่งหง ในภาษาจีน เมืองหลวงของสิบสองปันนา แต่เดิมที่ชื่อเต็มว่า อาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง ปัจจุบันเป็นเขตปกครองตนเองเมืองสำคัญในมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งในประวัติศาสตร์ก็มีความหมายเป็นมาที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ฉันท์บ้านพี่ เมืองน้องกับ เชียงตุง เชียงใหม่ เชียงแสน และเชียงทอง( หลวงพระบาง ) มีการไปมาหาสู่ซึ่งกันและกัน และแลกเปลี่ยนสินค้ากันภาษาพูดและเขียนเดียวกัน เป็นที่รู้จักในนาม "เมือง 5เชียง"
บันทึกการเข้า

lannamarket
Administrator
Jr. Member
*****
กระทู้: 72

lannamarket@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 09, 2010, 02:53:57 am »

ความหมายเมือง 3 แฝด

ส่วนการเป็นเมืองแฝดจะมีความหมายสักเพียงใด ต่อผู้คนทั้ง 3 เมือง อ.สมเจตน์ วิมลเกษม ครู ภูมิปัญญาไทยรุ่นที่4 สาขาภาษาและวรรณกรรม โรงเรียนสตรีศรีน่าน ได้เล่าให้ฟังว่า ความเชื่อมโยงของเมืองทั้งสาม ตามประวัติศาสตร์น่าน เริ่มต้นที่ น่านเป็นแหล่งเกลือบกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ด้วยความที่เป็นเมืองค้าขายจึงต้องที่สายสัมผัสกับเมืองใหญ่ๆ น่านก็เลยใช้เกลือเป็นการเจรจาต่อรองทางการเมืองมาโดยตลอด

"ความสัมพันธ์ น่าน หลวงพระบาง เชียงรุ่งเกิดขึ้นเพราะเป็นเมืองที่การค้าร่วมกันและเป็นเมืองที่มีสาย สัมพันธ์ทางเครือญาติกันในระดับราชวงศ์ อีกทั้งคนน่านบางส่วน ทก็มีกลุ่มที่อพยพมาจากสิบสองปันนาเชียงรุ่ง มาอาศัยอยู่ที่น่าน"อ.สมเจต์เริ่มต้นเล่าถึงที่มาที่ไปของความสัมพันธ์เมือง 3 แฝด

น่านในยุคสร้างเมืองสมัยพญาภูคา ตามพงศาวดารกล่าวว่า พญาภูคาได้ส่ง ท้าวนุ่น ขุนฟอง บุตรบุญธรรมทั้งสองคนไปสร้างเมือง เมืองหนึ่งคือวรนคร อ.ปัวปัจจุบัน อีกเมืองหนึ่งคือจันทบุรี หรือ หลวงพระบางปัจจุบัน เพราะหลวงพระบางสมัยนั้นถูกใช้เป็นสถานีค้ากับกลุ่มที่จะออกไปถึงเมืองที่ อยู่ลึกเข้าไปได้ เป็นช่องทางหนึ่งที่จะระบายเกลือจากเมืองน่านได้

ทั้งสามเมืองไปมาหาสู่กันได้โดยอาศัยลำน้ำโขงเป็นตัวเชื่อม รวมทั้งอาศัยการนับถือพุทธศาสนา ความเป็นชาติพันธุ์เดียวกัน นอกจากการนับถือพุทธศาสนา สามเมืองนี้ก็นับถือผีแบบเดียวกัน ประเพณี อาหารการกิน การแต่งกาย การทอผ้า ตลอดจนการแข่งเรือก็เหมือนกัน การบอกโมงยาม การนับถือปี เดือน วัน เหมือนกันหมดทั้งสามเมือง

"ฉะนั้นการเป็นคู่แฝดไม่ได้หมายความว่าลักษณะของเมืองเหมือนกัน ต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน แต่มันหมายถึง เมืองที่มีชาติพันธุ์เดียวกัน แทบเป็นเส้นสายการค้าเดียวกัน เพราะมีวัฒนธรรมร่วมกันอยู่ ฉะนั้นจากน่านไปหลวงพระบาง ออกจากด่านห้วยโก๋นก็ได้ เราจะเห็นว่าตลอดทางจะเห็นวัดวาอารามคล้ายคลึงกัน สำเนียงภาษาพูดก็อย่างเดียวกัน เราไปสิบสองปันนาการพูดไทยลื้อก็เหมือนกลุ่มลื้อใน บ้านหนองบัว อ.ปัว อ.ท่าวังผา" อ.สมเจตน์กล่าวถึงรูปแบบของเมืองแฝดสามให้ฟัง
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!